Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / กรุงเทพมหานคร / จัดระเบียบทางเท้า
กทม.ลั่นจัดระเบียบปากคลองตลาด 28 ก.พ.นี้ ยันไม่มีเรียกเก็บแป๊ะเจี๊ยะแน่ เตรียมเก็บข้อมูลมาเฟีย-ส่งปปง.เอาผิด
กทม.ลั่นจัดระเบียบปากคลองตลาด 28 ก.พ.นี้ ยันไม่มีเรียกเก็บแป๊ะเจี๊ยะแน่ เตรียมเก็บข้อมูลมาเฟีย-ส่งปปง.เอาผิด
Last updated: 9 กุมภาพันธ์ 2559 | 17:06
กรุงเทพฯ เตรียมจัดระเบียบปากคลองตลาด เพื่อวางแนวทางการจัดระเบียบแผงค้าขาย เพื่อคืนทางเท้าและพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนสามารถใช้สอยได้เท่ากันทุกคน

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) นายวัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วยพล.ต.อ.ภาณุรัตน์ มีเพียร ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองปลัดกทม. พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนศิริ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ ร่วมประชุมกับตัวแทนผู้ค้าปากคลองตลาด และตัวแทนผู้ประกอบการตลาดที่ใกล้เคียง 3 ตลาด ประกอบด้วย ตลาดยอดพิมาน ตลาดปากคลอง ตลาดเพื่อการเกษตร เพื่อวางแนวทางการจัดระเบียบแผงค้าบริเวณปากคลองตลาด

นายวัลลภ กล่าวว่า แผนการจัดระเบียบพื้นที่ปากคลองตลาด กทม.ไม่ได้คิดขึ้นเอง แต่เป็นนโยบายของรัฐบาลในการจัดระเบียบเมือง คืนทางเท้าและพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนสามารถใช้สอยได้เท่าเทียมกัน ซึ่งกทม.มีหน้าที่ดูแลประชาชนบนพื้นฐานของกฎหมาย ทุกฝ่ายต้องได้ประโยชน์เท่าเทียมกัน ที่ผ่านมาพื้นที่ปากคลองตลาด กทม.ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนมาโดยตลอดทั้งเรื่องปัญหาทางเดิน ปัญหาถนนที่มีการจอดรถกัดขวางจราจร ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่ากทม.หรือกลุ่มเรียกรับผลประโยชน์เรียกเก็บเงินค่าย้ายเข้าตลาดใกล้เคียงตั้งแต่ 3-8 แสนบาทนั้น ยืนยันว่าไม่มีการเรียกเก็บเงินในส่วนนี้สักบาทเดียว ขณะที่ผู้ประกอบการตลาดใกล้เคียง ทัตลาดยอดพิมาน ตลาดปากคลองตลาด และตลาดส่งเสริมการเกษตรไทย ก็ยืนยันว่าไม่มีการเรียกเก็บในส่วนนี้เช่นเดียวกัน 

นายวัลลภ กล่าวด้วยว่า ผู้ค้าส่วนใหญ่รับทราบ และมีบางส่วนได้ทำสัญญาในตลาดใหม่ที่กทม.จัดเตรียมไว้รองรับเรียบร้อยแล้ว สำหรับการรองรับผู้ค้าในตลาดแต่ละแห่ง ตลาดปากคลองตลาด สามารถรองรับผู้ค้าได้ 321 แผง ตลาดยอดพิมาน รองรับได้ 798 แผง และตลาดส่งเสริมเกษตรไทย รองรับได้ 150 แผง รวมแล้วจะสามารถรองรับผู้ค้าได้กว่า 1,269 แผง ซึ่งมากกว่าจำนวนผู้ค้าเดิม โดยผู้ประกอบการตลาดทั้ง 3 แห่ง ได้อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ค้าโดยไม่คิดค่าเช่าในเดือนแรก และอัตราที่ให้เช่าเป็นอัตราดั้งเดิม ไม่ได้มีการเพิ่มแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม กทม.จะดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่อย่างต่อเนื่องไม่เฉพาะพื้นที่ปากคลองตลาดเท่านั้น โดยพื้นที่ที่จะจัดระเบียบต่อไป อาทิ บริเวณใต้สะพานพุทธ ประตูน้ำ ราชเทวี บางลำพู สยามสแควร์

"ส่วนกรณีที่มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลในท้องที่เรียกรับผลประโยชน์ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการ เพื่อจะส่งข้อมูลให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ดำเนินการตามกฎหมายอีกด้วย"นายวัลลภ กล่าว

นายจักกพันธ์ุ กล่าวว่า ปากคลองตลาดยังคงเป็นความเป็นตลาดขายดอกไม้เช่นเดิม เพียงแค่ย้ายจุดขายจากจุดเดิมแค่ 5-10 เมตรเท่านั้น ทั้งนี้ ในการจัดระเบียบกทม.ได้แจ้งผู้ค้าทราบ 3-4 เดือนแล้ว ซึ่งกำหนดการที่ผู้ค้าย้ายออกจากพื้นที่ยังเป็นกำหนดการเดิมภายในวันที่ 28 ก.พ.2559 และยืนยันว่าเมื่อจัดระเบียบพื้นที่เสร็จจะไม่มีการกลับมาขายในพื้นที่นี้อีกแน่นอน

ด้านนายกฤษดา ช่อปทุมมา ตัวแทนกลุ่มผู้ค้าขายปากคลองตลาด กล่าวว่า อยากให้กทม.ทบทวนคำสั่งการยกเลิกจุดผ่อนผันบริเวณปากคลองตลาด เปลี่ยนเป็นการจัดระเบียบแผงค้า โดยผู้ค้าพร้อมที่จะให้ความร่วมมือทุกอย่าง ทุกขั้นตอน เนื่องจากตลาดปากคลองตลาดมีการค้าขายมานานกว่าร้อยปี อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั่วภูมิภาค เป็นกิจการที่เอื้อต่อเกษตรกรอยากให้ดำรงความเป็นปากคลองตลาดไว้ต่อไป ทั้งนี้ การจัดระเบียบดังกล่าวไม่กระทบแค่ผู้ค้าขายเท่านั้น ยังกระทบต่อครอบครัวเกษตรกรทั่วประเทศกว่าแสนราย อย่างไรก็ตาม ปากคลองตลาดมีความแตกต่างจากสะพานเหล็ก และคลองถมที่กทม.เคยจัดระเบียบไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ขายของสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งการยุบปากคลองตลาดเป็นการทำลายผลิตผลการเกษตรของคนไทย

ด้านนายนิรันดร์ ชิดกร ตัวแทนผู้ค้า กล่าวว่า หากผู้ค้าย้ายไปต้องเสียทั้งค่าแรกเข้า และมีค่าใช้จ่ายภายในตลาดที่สูงขึ้น อีกทั้งสภาพแวดล้อมตลาดไม่เอื้อต่อการจัดการค้าขาย โดยผู้ค้าส่วนใหญ่เห็นว่าขายที่เดิมจะดีกว่า ส่วนกรณีที่กทม.ระบุว่าไม่มีการเรียกเก็บค่าแรกเข้านั้น ตนมีสัญญาระหว่างตลาดและผู้ค้าในตลาดยอดพิมานซึ่งขายอยู่ปัจจุบัน ระบุพื้นที่ 10.60 ตารางเมตร สัญญาค่าเช่า 5 ปี 950,000 บาท เสียค่าเช่ารายเดือนอีกเดือนละหมื่นกว่าบาท หากยกเว้นค่าแรกเข้าแก่ผู้ค้าที่จะย้ายเข้าไปใหม่นี้ ผู้ค้าเดิมจะยินยอมหรือไม่ เพราะได้เสียเงินแรกเข้าไปแล้ว

First posted: 9 กุมภาพันธ์ 2559 | 17:06