Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / บทความ ธุรกิจ-เศรษฐกิจ / ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
พลิกโฉมการศึกษาของประเทศ โดย พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม
พลิกโฉมการศึกษาของประเทศ โดย พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม
Last updated: 18 ธันวาคม 2559 | 10:02
ในหนังสือที่มีชื่อเสียงด้านนวัตกรรมหลายเล่ม ได้กล่าวไว้คล้ายๆกันว่า "การพลิกผันทางนวัตกรรม (Disruptive innovations) เปรียบได้กับการยิงจรวด missile ไปยังธุรกิจต่างๆ" โดยตัวอย่างมากมายได้ถูกหยิบยกขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Napster, Amazon และ Apple Store ซึ่งเป็นบริษัทที่กระโดดเข้าไปร่วมธุรกิจ digital music ในยุคต้นของอินเทอร์เน็ต ได้ทำลายบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Tower Records และ Musicland ไปจนถึงตัวอย่างกรณี คอมพิวเตอร์ PC เล็กๆ ได้เข้ามาแทนที่มินิคอมพิวเตอร์และแมนเฟรมและรูปดิจิทัลเข้ามาแทนที่ฟิล์ม เป็นต้น

การวิเคราะห์ถึงการเปลี่ยนแปลงในอนาคตของรูปแบบธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆนั้น จุดเริ่มต้นที่เราควรทำความเข้าใจก่อนคือ การ disrupt ของสื่อ (Disruption of media) เพราะจะเป็นพื้นฐานที่จะนำไปวิเคราะห์กรณีศึกษาของอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อย่างเข้าใจมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันเราสามารถแบ่ง Disruption ของสื่อเป็น 3 ประเด็นคือ (1) การ disrupt ในการบริโภคสื่อ (2) การ disrupt ในการสื่อสาร และ (3) การ disrupt ในการผลิตสื่อ

ทั้ง 3 ประเด็นดังกล่าว มีความเชื่อมโยงกันทั้งสิ้น โดยผู้นำในทุกภาคส่วนควรทำความเข้าใจถึงผลกระทบของการ disruption ของสื่อเพื่อที่จะมองภาพของโอกาสและความท้าทายได้อย่างกระจ่างชัดเจนในทุกอุตสาหกรรม

(1) การ disrupt ในการบริโภคสื่อ (The disruption of media consumption)
เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการบริโภคสื่อของผู้คนในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปมากเมื่อเทียบกับในอดีต 10 ปีที่ผ่านมา และนับวันอัตราการบริโภคสื่อก็เพิ่มขึ้นด้วยอัตราเร่งอย่างไม่มีท่าทีที่จะอิ่มตัว โดยผู้คนได้เปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภคสื่อที่ซับซ้อนหลายมิติ (multi-dimensional) หลายแพลทฟอร์ม (multi-platform) หลายช่อง (multi-channel) และมีการแตกกระจายตัวอย่างมาก ซึ่งผู้บริโภค (viewers) มีโอกาสที่จะค้นหาและบริโภคสื่อได้อย่างเสรีแทบจะไร้ขีดจำกัด โดยมีอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่เป็นตัวขับดันในการบริโภคสื่อ ไม่ว่าจะเป็น smartphones, tablets, wearables, IoT และยังมีช่องทางสื่อใหม่ๆ ที่แตกกระจายตัวออกมาอย่างมากอีกด้วย ซึ่งแตกต่างไปจากช่องทาง broadcast แบบมาตรฐานดั้งเดิมที่มี TV เป็นศูนย์กลางภูมิทัศน์ (Landscape) ของสื่อ เช่นในอดีต

(2) การ disrupt ในการสื่อสาร (The disruption of media communication) 
ในอดีต การสื่อสารของผู้บริโภคถูกควบคุมโดยผู้ประกอบกิจการ broadcast และช่องทางสื่อแบบดั้งเดิมไม่กี่ราย ซึ่งผู้ประกอบกิจการ broadcast เหล่านั้นถือว่าเป็นตัวกลางระหว่างผู้บริโภค (viewers) และ content แต่ด้วยการพัฒนา social media และ social platform จนทำให้เกิดปรากฎการณ์ที่ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปจากการสื่อสาร (communication) ไปเป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน (conversation) จึงทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนไปจาก passive audience เป็น active audience บนหลายแพลทฟอร์ม (multi-platform) และหลายช่อง (multi-channel) โดยผู้โภคก็กลายเป็นช่องทางสื่อไปด้วยในเวลาเดียวกัน

(3) การ disrupt ในการผลิตสื่อ (The disruption of media production)
การผลิตสื่อในอดีตเป็นการผลิตในรูปแบบการพิมพ์และการแพร่ภาพทาง TV แม้กระทั่งจะเป็นการผลิต content บนอินเทอร์เน็ตและบน digital video platform ก็ตาม แต่ผู้บริโภค (viewers) ก็ยังไม่มีขีดความสามารถในการผลิตสื่อด้วยตัวเองมากนัก ซึ่งแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงเช่นในปัจจุบัน เพราะอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่, social media platform และเทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ ได้ทำลายกำแพงกั้นศักยภาพของผู้บริโภค โดยทำให้ผู้บริโภคได้รับโอกาสใหม่ในการเป็นผู้ผลิต content แบบ realtime ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

ทั้ง 3 ประเด็นที่ได้อธิบายมาแล้ว ทำให้เรามองเห็นได้ว่า การ disruption ในอุตสาหกรรมสื่อจะเป็นผลกระทบต่อๆ ไปในอุตสาหกรรมอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่กำลังจะทำให้ขีดความสามารถของมนุษย์สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดได้อย่างเหลือเชื่อมากไปกว่า 3 ประเด็นที่กล่าวมาแล้ว โดยในอนาคตอันใกล้จะมีเทคโนโลยีการสืบค้น (search engine technology) ที่สามารถช่วยค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูลที่ล้ำสมัย จนอาจทำให้ข้อพิจารณาใหม่ในประเด็นที่ 4 เกิดขึ้น นั่นก็คือ การ disrupt ในการสืบค้น (The disruption of search)

การ disrupt ในการสืบค้น (The disruption of search) เริ่มเป็นประเด็นในแวดวง R&D ด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือเรียกย่อๆว่า "AI" โดยรูปแบบการสืบค้นและวิเคราะห์ข้อมูลในสื่อทุกชนิดบนอินเทอร์เน็ตไม่ว่าจะใช้เสียงหรือตัวอักษรในการสืบค้น โดยตัวอย่างของ search engine ที่ใช้เสียงในปัจจุบัน เช่น Google voice search, SIRI เป็นต้น

การทำ R&D ที่จะทำให้ web สามารถช่วยมนุษย์สืบค้นข้อมูลความรู้ที่มีอยู่มหาศาลบนอินเทอร์เน็ตนั้น กำลังเป็น Hot topic ของนักวิจัยด้าน AI เพราะหากเราสามารถทำให้ search engine มีความชาญฉลาดไม่เพียงแต่หาข้อมูลและแสดงผลที่เราต้องการได้เท่านั้น มันยังจะช่วยแนะนำแหล่งข้อมูลทั้งรูปแบบ text, image และ VDO ในเรื่องที่เราสนใจเพื่อให้เราต่อยอดออกไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุดได้อีกด้วย ในประเด็นที่ digital search platform ที่ใช้ AI จนมีขีดความสามารถในการดึงความสนใจของผู้บริโภค (audience attention) ให้ติดอยู่บนอินเทอร์เน็ตจนไม่สามารถถอนตัวออกมาใช้สื่อใน platform อื่นได้ ก็ยิ่งจะทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่าสื่อสิ่งพิมพ์ (กระดาษ) กำลังจะถูกลดความสนใจลงไปอย่างน่าใจหาย ภายในเวลาไม่กี่ปีนับจากนี้

Web Bot ก็กำลังจะเป็น trend ของการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อการสืบค้นข้อมูลด้วย AI เช่นกัน โดยการตั้ง program ให้ web ทำการ search หาข้อมูลให้เรา ไม่ว่าจะหาข้อมูลในรูปแบบ text, image หรือ VDO และยังกำหนดเงื่อนไขต่างๆเพิ่มเติมเข้าไปได้ การใส่ input เพื่อสืบค้นอาจอยู่ในรูปแบบ text, image หรือ VDO ก็ได้ เช่น เราต้องการหาข้อมูลทุกอย่างของคนๆหนึ่ง โดยเรามีเพียงรูปของคนๆนั้น ก็ใส่ลงไปใน Web Bot แล้วมันก็จะทำการสืบค้นข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับคนๆนั้นที่มีอยู่บนอินเทอร์เน็ต แล้วทำการสรุปให้เรา พร้อมทั้งวิเคราะห์ข้อมูลที่น่าสนใจของคนๆนั้นให้อีกด้วย นอกจากการสืบค้นข้อมูลแล้ว ยังมีความคาดหวังของ R&D อีกด้วยว่า Web Bot จะมีขีดความสามารถในการวิเคราะห์และพยากรณ์อีกด้วย เช่น การพยากรณ์แผ่นดินไหว, การพยากรณ์หุ้น เป็นต้น

นอกจากการ disrupt ในด้านการสืบค้นข้อมูลแล้ว การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี VDO ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในการก้าวกระโดดของการพัฒนาเทคโนโลยีสื่อ โดยในขณะนี้ เทคโนโลยี VDO กำลังก้าวไปสู่ 360-degree video ด้วยการใช้เทคโนโลยี Virtual Reality (VR) บันทึก เหตุการณ์ด้วยกล้องที่เราเรียกว่า VR camera ที่มีกล้องแบบรอบทิศ ซึ่งจะทำให้ผู้ชมสามารถดู VDO ได้แบบรอบทิศตามที่ต้องการ ไม่ว่าต้องการดูที่มุมใด ซึ่งจะเสมือนอยู่ในเหตุการณ์ตรงนั้นจริงๆ และยังสามารถ monitor ในรูปแบบ realtime remote ได้จากทั่วทุกมุมโลก

ประเด็นสำคัญที่สุดคือ Disruption of media จะส่งผลต่อการพลิกผันของวงการศึกษา (Disruption of education) เพราะประชาชนจะสามารถหาความรู้เกือบทุกสาขาวิชาได้ด้วยตัวเอง ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime Anyone) ซึ่งจะเป็นตัวทวีคูณ (multiplier) อำนาจด้านความรู้ของประชาชน จนทำให้ระบบการเรียนการสอนในทุกระดับไม่สามารถใช้รูปแบบดั้งเดิมได้อีกต่อไป จึงต้องกลับมาคิดรูปแบบวิธีการในการสอนใหม่ทั้งหมด เพราะระบบการศึกษาด้วยวิธีสอนแบบดั้งเดิม จะไม่สามารถสนองตอบต่อความต้องการและความพึงพอใจของผู้เรียนและภาคอุตสาหกรรมได้อีกต่อไป ประเด็นสำคัญคือ ครูผู้สอนที่อยู่ในช่วง Digital immigrant (เกิดมาก่อนการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างแพร่หลาย) จะไม่มีขีดความสามารถในการค้นคว้าหาความรู้ได้ชำนาญเท่ากับผู้เรียนที่เป็น Digital native (เกิดมาเมื่ออินเทอร์เน็ตได้ใช้อย่างแพร่หลายและมีประสิทธิภาพมากแล้ว) และช่องว่างแห่งขีดความสามารถด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลระหว่าง Digital immigrant และ Digital native จะยิ่งห่างออกจากกันทุกขณะ โดยการวิเคราะห์เชิงวิชาการจากหนังสือหลายเล่ม ไม่ว่าจะเป็น Seeing What's Next, Grown up Digital, Disrupting class และอื่นๆอีกหลายเล่ม ได้ชี้ชัดว่า ประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ล้าสมัย จะตกอยู่ในอันตรายอย่างมาก เนื่องจากทรัพยากรมนุษย์ของประเทศนั้นๆ จะเหมือนคนที่มาจากยุคในอดีตที่มาอาศัยอยู่กับโลกแห่งการเรียนรู้นวัตกรรมใหม่ๆ จนอาจทำให้ประเทศนั้น ขาดขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก อย่างไม่มีวันกลับตัวได้ทัน

คำถามที่ว่า การ disruption จะทำให้ประเทศของเราล่มสลายใช่หรือไม่นั้น คำตอบคือแล้วแต่มุมมองของผู้ตอบ แต่สำหรับผู้เขียนมองว่า เป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศ และขณะนี้ถึงเวลาที่จะเริ่มทำได้แล้ว

Reference
https://hbr.org/2012/12/surviving-disruption

http://www.deltatre.com/2013/10/the-3-big-disruptions-of-the-media-landscape/

http://searchengineland.com/search-disruption-coming-9-expert-insights-lsa16-245682

https://disruptionhub.com/disrupted-search-engines-how-google-is-using-ai-to-improve-search-results-until-people-stop-searching/

http://www.telegraph.co.uk/finance/newsbysector/mediatechnologyandtelecoms/12153947/The-Independent-newspaper-confirms-an-end-to-print-production.html

 

https://www.theguardian.com/media/greenslade/2016/may/27/suddenly-national-newspapers-are-heading-for-that-print-cliff-fall
------------------
พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม
17 ธันวาคม 2559  18:30
www.เศรษฐพงค์.com

First posted: 18 ธันวาคม 2559 | 10:02