Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | Thai Overseas
View Total
18,320,552
Home / ทรรศนะ ความคิดเห็น / กระทรวงศึกษาธิการ, ตัดงบบีบโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ, โครงการเยาวชนไทย ทำดี ถวายในหลวง
ถึง นพ. ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ถึง นพ. ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
Last updated: 30 ตุลาคม 2560 | 22:03
แฉเล่ห์กลกระทรวงศึกษาที่บีบให้เลิก รร.วิถีพุทธและโครงงานคุณธรรม "เยาวชนไทย ทำดี ถวายในหลวง" ภาคประชาชนปฏิรูปการศึกษา กลุ่ม มปปท.รวมพลังคัดค้านโดยใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๗ กับกระทรวงศึกษาฯจากเบาไปหาหนักแบบสันติวิธี

 

ถึง นพ. ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

 

..เคยอ่านผ่านตาเมื่อไม่นานมานี้ ว่ามีผู้เขียนบทความที่ดีบทหนึ่ง เกี่ยวกับว่า ขอให้คนไทยอย่ากล่าวคำว่ารักในหลวงแต่ปาก ให้ลงมือกระทำด้วย วันนี้ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๐ เป็นวันที่เราออกทุกข์กันเป็นวันแรก จึงไม่อยากให้มีเลย...คนไทยที่บอกรักในหลวงเพียงลมปาก แต่กระทำตรงกันข้าม

 

 ...ถ้า นพ. ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมต.ว่าการกระทรวงศึกษาฯ ไม่มีนโยบายจัดสรรงบประมาณอย่างเหมาะสมให้แก่โครงการดีๆ เช่น โครงการ "เยาวชนไทย ทำดี ถวายในหลวง”ให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืนแล้ว ดิฉันก็รู้สึกว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่มีท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาฯ และดิฉันไม่มีความไว้วางใจที่จะฝากอนาคตของชาติไว้กับท่านได้ ถ้าเป็นไปได้ จึงอยากเสนอขอให้ท่านนายกฯ รัฐมนตรี...ปรับเปลี่ยนรมต. ว่าการกระทรวงศึกษาฯ โดยเร็ว....

 

ภาพโพสที่แชร์วนมาอีกรอบนี้ ได้โพสไว้เมื่อสองปีที่แล้ว ปีนี้ได้เวลาแชร์วนกลับมาพอดีกับเรื่องสำคัญมากที่อยากสื่อออกไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่า.......ท่านอาจารย์ มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)ได้เขียนรัฐธรรมนูญ โดยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๖๗ ว่า "รัฐพึงส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาและการเผยแผ่หลักธรรมของพระพุทธศาสนาเถรวาทเพื่อให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา...” 

 

ดิฉันขอทวงถามนพ. ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ในฐานะรมต.ว่าการกระทรวงศึกษาฯ ถึงจุดยืนของท่านในอันที่จะสนับสนุนและส่งเสริมโครงการของกระทรวงศึกษาฯ ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญว่า ท่าน รมต.ได้กำหนดนโยบายของกระทรวงศึกษาฯ ในเรื่องดังกล่าวนี้ไว้บ้างหรือไม่ อย่างไรบ้าง

 

วันนี้ การศึกษาไทยน่าเป็นห่วง ไม่เพียงแต่ปัญหาเด็กที่อ่านหนังสือไม่ออกมีจำนวนสูงขึ้น ที่สำคัญการพัฒนาจิตใจและปัญญาอันเป็นรากฐานของ”คนดี” ดูเหมือนว่าอาจไม่ได้รับความสนใจอย่างจริงจังจากผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาฯ เนื่องจากการตัดงบประมาณภายในของกระทรวงฯ มุ่งตรงไปตัดงบฯโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ และโครงการ "เยาวชนไทย ทำดี ถวายในหลวง” ที่ทำต่อเนื่องมาหลายปี

 

โรงเรียนวิถีพุทธทั่วประเทศที่ได้ลงทะเบียนไว้มีจำนวนประมาณ ๒๒,๐๐๐ โรงเรียน งบประมาณประจำปีพ.ศ. ๒๕๖๑ ที่ตั้งขอไว้คือประมาณ ๔๑ ล้านบาท บวกลบคูณหารแล้วเฉลี่ยโรงเรียนละเพียงแค่ประมาณ ๑,๘๖๓,๖๓๖ บาท/ปี แต่มีข่าวว่า มีความพยายามในการตัดงบฯ ภายในกระทรวงศึกษาฯ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการหลัก ๒ โครงการนี้ ให้เหลือเพียงประมาณ ๒ ล้านกว่าบาท ซึ่งคิดคำณวณแล้วจะเหลือเพียงโรงเรียนละประมาณ ๑๐๐ บาท/ปีเท่านั้น!!!!

 

๑๐๐ บาทต่อ ๑ ปี/โรงเรียน....ค่าอาหารรับรองผู้หลักผู้ใหญ่หรือค่าน้ำมันรถประจำตำแหน่งรัฐมนตรีวันเดียวถ้าต้องเดินทางไปราชการยังน่าจะมากกว่านี้!

 

....ถ้ากระทรวงศึกษาฯ “คิดว่า” งบประมาณที่เคยได้รับตลอดมานั้นน้อยเกินไป ไม่พอที่จะสนับสนุนโครงการดีๆ เพื่อส่งเสริมการศึกษาของเยาวชนและอบรมให้เป็นคนดี อันเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบหลักของกระทรวงศึกษาฯ แล้ว ก็น่าที่จะตัดงบฯ ค่าเดินทางของผู้บริหารออกเสียบ้าง เช่นให้รัฐมนตรีเสียสละนั่งรถยนต์แทนเครื่องบินบ้าง หากต้องไปราชการต่างจังหวัดไกลๆ ทั้งนี้เพื่อความพอเพียงตามแนวพระราชดำริ เพราะก็ถึงที่หมายเหมือนกัน เพียงแค่เสียเวลาเดินทางมากกว่าและสะดวกสบายน้อยกว่าเท่านั้น

 

..... หากกระทรวงศึกษาฯ มีนโยบายที่จะตัดงบประมาณดังว่านี้จริง...ก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเกลียดที่สุดเรื่องหนึ่งตั้งแต่เคยมีรัฐบาลมา เพราะถ้าตัดงบฯ ๒ โครงการนี้จาก ๔๑ ล้านบาทเหลือเพียง ๒ ล้านบาท ก็จะทำให้โครงการหลักทั้ง ๒ โครงการนี้ไม่อาจดำเนินต่อไปได้ เพราะงบฯน้อยจนไม่สามารถทำอะไรได้อย่างจริงจัง เท่ากับเป็นการบีบให้ปิดหรือยุบโครงการไปโดยปริยายนั่นเอง 

 

โครงการใดๆ ที่ได้รับงบฯ น้อย ไม่ว่าในหน่วยงานใดก็ตาม มักไม่ค่อยมีใครอยากทำโครงการนั้น หรือแม้หากจะพยายามทำต่อไป ไม่ยอมปิดหรือเลิกโครงการ ก็ทำงานไม่ได้อยู่ดี

 

หวังว่านี้จะไม่เป็นเล่ห์กลที่บีบให้เลิก รร.วิถีพุทธ และ โครงงานคุณธรรม "เยาวชนไทย ทำดี ถวายในหลวง" ที่ทำต่อเนื่องจริงจังมาสิบกว่าปี โดยใช้งบประมาณอย่างประหยัดมากๆ เมื่อเปรียบเทียบกับโครงการอื่นๆ ของกระทรวงศึกษาฯ เช่นโครงการ อบรมครู ที่ครูเรียกกันว่า "โครงการคูปองอบรมครู” ซึ่งได้ยินมาว่ากระทรวงฯ จัดสรรงบฯ ปี ๒๕๖๐ เพื่อใช้ทำโครงการให้แล้วเสร็จภายในเวลา ๔ ดือนสุดท้ายของปีงบปรระมาณถึง ๔ พันล้านบาท แต่ที่สุดแล้วก็ได้ใช้ไปแค่ ๑ พันกว่าล้านบาท (ใช้ไม่หมด) เพราะเป็นโครงการใหญ่ต้องอาศัยเวลาในการวางแผนและดำเนินงาน ทำไปทำมามีเวลาใช้จริงแค่ ๒-๓ เดือนก็สิ้นปีงบประมาณและโครงการก็ยังไม่แล้วเสร็จ!!!!! 

 

ด้วยเหตุนี้ทำให้ดิฉันสงสัยว่า การที่โครงการ รร. วิถีพุทธ และโครงการคุณธรรม "เยาวชนไทย ทำดี ถวายในหลวง” อาจจะโดนตัดงบฯ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๑ จนแทบไม่เหลือให้ทำงานได้ ก็เพราะอาจมีความต้องการรีดงบฯ ปีหน้าไปให้ โครงการอบรมครู ๔,๐๐๐ ล้านบาทที่ยังไม่ปิดโครงการ ซึ่งรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาสนับสนุนใช่หรือไม่?

 

ทั้งนี้ท่านผู้อ่านก็อย่าได้ไปลงที่รัฐบาล หรือท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพราะดิฉันได้ยินมาว่า ทางสำนักนายกฯได้เคยมีหนังสือทวงถามกระทรวงศึกษาฯ เรื่องความคืบหน้าโครงการการศึกษาวิถีพุทธฯ ที่ได้ผ่านมติครม. เรียบร้อยหลายเดือนแล้ว แต่อาจจะเป็นเพราะกระทรวงศึกษาไม่มีผลงานความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ท่านนายกรัฐมนตรีจึงได้รับคำตอบกลับไปประมาณว่า....อยู่ในช่วงเปลี่ยนปีงบประมาณ เลยยังไม่ได้ทำอะไร... (คงอาจลืม"โครงการคูปองอบรมครู” ที่เร่งใช้งบฯ ๔ พันกว่าล้านบาทภายในสองสามเดือนก่อนสิ้นปีงบประมาณปี ๒๕๖๐ ไปนะคะ) แต่พอคล้อยหลังที่ถูกท่านนายกฯ ทวงถามไม่นาน กลับมีความพยายามบีบตัดงบประมาณรร. วิถีพุทธ

 

อีกประการหนึ่งคือ บางหน่วยงาน.... กรณีนี้ไม่ได้เจาะจง สพฐ. หรือหน่วยงานใดเป็นการเฉพาะ แต่บางหน่วยงานจะชอบทำโครงการแบบอีเว้นท์ผิวเผิน เป็นโครงการล้างผลาญงบประมาณแผ่นดินมากมาย แต่ไม่บังเกิดผลจริงจัง ได้ผลงานแบบผักชีโรยหน้า หรือลิงหลอกเจ้า ภาษานักวิชาการเรียกว่า เป็นโครงการที่ไม่มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ แต่คนมักจะแย่งกันทำงานแย่งกันรับผิดชอบเพื่อแย่งกันเอาหน้า-เอาใจนาย และยังมีงบฯให้เล่นแร่แปรธาตุได้กันอย่างล่ำซำ ส่วนงานเพื่อการพัฒนาจริงจังอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน ประหยัด จะไม่ค่อยมีคนอยากรับผิดชอบ เคยได้ยินว่าเป็นเพราะโกงกินยาก แถมไม่ได้หน้าเอาใจนายอีก 

 

แต่ท่านผู้อ่านลองตรองดู...การทำแบบนี้ เงินภาษีของประชาชนส่วนใหญ่มักหมดไปให้กับผู้จัดงานอีเว้นท์และการบริหารจัดการซึ่งทำกันแบบรีบๆ แบบเหมายกเข่ง ซี่ง อาจกล่าวได้ว่าเกิดขึ้นดาษดื่นทุกยุคทุกสมัย

 

โครงการโรงเรียนวิถีพุทธและโครงการ"เยาวชนไทย ทำดี ถวายในหลวง” ชื่อก็บอกแล้วนะคะ ว่าเป็นโครงการที่จะสอนเยาวชนให้เป็นคนดีมีคุณธรรม มีปัญญา โครงการแบบนี้ ผู้ที่ทำโครงการก็ต้องมีคุณธรรมด้วย นอกจากงบประมาณที่มักจะได้มาไม่มากแล้ว การจะโกงกินตุกติกอะไรก็ไม่ง่าย เมื่อเป็นเช่นนี้ในฐานะประชาชน ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ดิฉันจึงรู้สึกแปลกใจที่ได้ยินมาว่าโครงการหลักทั้ง ๒ นี้ดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหาร สพฐ. เท็จจริงประการใด ถ้ามีโอกาสก็อยากขอพบท่านผู้บริหารสพฐ. เพื่อให้ท่านบอกกล่าวเล่าชี้แจงเหตุผลความเป็นจริงให้ฟังบ้าง เช่น อาจถามท่านว่า ท่านไม่สนับสนุนโครงการเหล่านี้จริงหรือไม่ เพราะเหตุใด หรือท่านได้รับความกดดันจากผู้บริหารระดับสูงกว่ามาอีกต่อหนึ่ง 

 

ถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะได้ขอเรียนถามผู้บริหารระดับสูงขึ้นๆ ต่อไปอีกในฐานะประชาชนชาวพุทธที่มีสิทธิและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา ๖๗ ว่า"รัฐพึงอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นับถือมาช้านาน รัฐพึงส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาและการเผยแผ่หลักธรรมของพระพุทธศาสนาเถรวาทเพื่อให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา และต้องมีมาตรการและกลไกในการป้องกันมิให้มีการบ่อนทําลายพระพุทธศาสนาไม่ว่าในรูปแบบใด และพึงส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนมีส่วนร่วมในการดําเนินมาตรการหรือกลไกดังกล่าวด้วย”

 

วรรคท้ายขอขีดเส้นใต้สามเส้น ”....พึงส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนมีส่วนร่วมในการดําเนินมาตรการหรือกลไกดังกล่าวด้วย”

 

อนึ่ง พุทธศาสนาจะอยู่ได้ ก็ขึ้นอยู่กับการศึกษาและการปฏิบัติ เมื่อไม่มีการศึกษาและปฏิบัติ พระพุทธศาสนาก็ทรงอยู่ไม่ได้ การปลูกฝังให้เยาวชนไทยได้ศึกษาและปฏิบัติตามคำสอนในทางพระพุทธศาสนาผ่านโครงการ รร. วิถีพุทธและโครงการ "เยาวชนไทย ทำดี ถวายในหลวง” จึงเป็นเรื่องที่ผู้บริหารสูงสุดของกระทรวงศึกษาฯ กล่าวคือ นพ. ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาฯ ควรเข้าใจและแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนตั้งแต่ชั้นนโยบาย เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ 

 

แต่หากกระทำตรงกันข้าม กล่าวคือไม่สนับสนุนโครงการที่ส่งเสริม พัฒนาจิตใจและปัญญา อันมีเครื่องมือที่จะทำได้ คือ การศึกษาวิถีพุทธ นั้นเอง ก็อาจกล่าวได้ว่าเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ในรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ และนับว่าเป็นวิบากกรรมการศึกษาไทย ที่ไม่อาจปฏิรูปให้ดีอย่างยั่งยืนได้ การศึกษาไทยจึงถอยลงๆ ตามจำนวนรัฐมนตรีที่เปลี่ยนบ่อยๆ

 

กราบนมัสการพระคุณเจ้า กราบท่านอาจารย์ พี่น้องเพื่อนพ้อง อุบาสก อุบาสิกาทั้งหลายที่ติดตามเฟซวิรังรองว่า คงถึงเวลาแล้วที่เราจะได้ทดลองใช้รัฐธรรมนูญมาตรา ๖๗ กับกระทรวงศึกษาฯ โดยเราจะเริ่มจากเบาไปหาหนัก แบบสันติวิธี ตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ ขั้นแรกคือ ถ้าเห็นด้วยว่ากระทรวงศึกษาควรส่งเสริมและจัดสรรงบประมาณอย่างเหมาะสมเพื่อสืบสานโครงการโรงเรียนวิถีพุทธและโครงการ"เยาวชนไทย ทำดี ถวายในหลวง” ก็ขอให้ช่วยดิฉันเผยแพร่บทความนี้ออกไปในวงกว้าง เพื่อให้คนไทยได้รับทราบข้อมูลที่ดิฉันได้นำมาบอกเล่าในวันนี้ ท่านใดที่มีความรู้ความสามารถหรือมีอำนาจนหน้าที่ที่จะช่วยปรับทิศทางให้กระทรวงศึกษาฯ หันทิศทางไปในทางที่ถูกที่ควรเพื่อสนองนโยบายรัฐบาลและรัฐธรรมนูญ ขอได้โปรดดำเนินการในทุกวิถีทางค่ะ...ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

 

วิรังรอง ทัพพะรังสี

ประธาน กลุ่มปฏิรูปการศึกษา เครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปปท.)

 

๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๐ 

 

First posted: 30 ตุลาคม 2560 | 21:46