Social media
สำนักข่าว 4 ภาษา    Thai | English | Chinese | THAI Overseas
0
Home / ต่างประเทศ / อาเซียน
ทำไม ร้อดริโก้ ดูเตอร์เต้ นักละเมิดสิทธิมนุษยชนได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีฟิลิปปินส์
ทำไม ร้อดริโก้ ดูเตอร์เต้ นักละเมิดสิทธิมนุษยชนได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีฟิลิปปินส์
ร้อดริโก้ ดูเตอร์เต้ ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีฟิลิปปินส์คนที่ 16 จะรับตำแหน่งปลายเดือนมิถุนายน 2016 (Romeo Ranoco/ Reuters)
Last updated: 15 พฤษภาคม 2559 | 16:58
ร้อดริโก้ ดูเตอร์เต้ ผู้ถูกกล่าวหาว่า“ละเมิดสิทธิมนุษยชน”เป็น“จอมลงทัณฑ์”เป็น Duterte Harry และนับตั้งแต่ปี 1988 เป็นต้นมาเขาไม่เคยพ่ายแพ้เลือกตั้งให้กับใคร จนกระทั่งเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ศึกษาผลงาน 10 ประการที่ดูเตอร์เต้ฝากไว้กับเมืองดาเวาที่นักการเมืองและทุกภาคส่วนควรเอาอย่าง

นายร้อดริโก  ดูเตอร์เต (Rodrigo "Rody" Roa Duterte) นายกเทศมนตรีจากเมืองดาเวา เกาะมินดาเนามีชื่อเสียงในการปราบอาชญากรรมจนราบคาบขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์คนที่ 16 หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2016  คาดว่าน่าจะเข้ารับตำแหน่งปลายเดือนมิถุนายนหรือต้นกรกฎาคมนี้

ร้อดริโก้  ดูเตอร์เต้ มีหลายชื่อเรียก หนังสือพิมพ์เรียกชื่อเต็มคือนายดูเตอร์เต้ (Mr Duterte) ส่วนในเสื้อยืดพิมพ์ไว้หลายชื่อแต่ความหมายเดียวกันประกอบด้วย จอมลงทัณฑ์(The Punisher) , Duterte Harry เลียนชื่อ Dirty Harry และ อินทรีตัวจริงแห่งดาเวา( the Real Eagle of Davao ) คนฟิลิปปินส์โดยทั่วไปจะไม่เรียกชื่อดังกล่าว แต่จะรู้จักเขาในนามโรดี้หรือดิกอง ( Rodi or DiGong)

นายโรดี้ เป็นนายกเทศมนตรีเมืองดาเวามาตั้งแต่ปี 1988-2016 หรือ 7 สมัยก่อนที่จะก้าวลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลลิปปินส์และก็คว้าชัยชนะ  ตัวเขาเองสร้างประวัติศาสตร์การเมืองฟิลิปปินส์ กล่าวคือตั้งแต่ปี 1988 เป็นต้นมา ไม่เคยพ่ายแพ้การเลือกตั้งใดๆ

นายโรดี้ วัย 71 ปี เกิดในครอบครัวนักการเมืองท้องถิ่น ประกอบอาชีพเป็นทนายความและเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1 เพราะเทอมนายกเทศมนตรีจำกัดไว้  ก่อนที่จะได้รับตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองดาเวาเมื่อปี 1988 เมืองนี้เขามีผลงานในการปราบปรามอาชญากรรมจนราบคาบ ทำให้เขาเป็นที่ชื่นชอบของประชาชนชาวฟิลิปปินส์ แม้เขาจะมีภาพลักษณ์ที่แข็งกร้าวก็ตาม

กล่าวกันว่า นายโรดี้ ใช้หน่วยสังหารส่วนตัว ออกกำจัดผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นอาชญากรจนเสียชีวิตไปหลายร้อยคน นอกจากนี้ เขายังเคยประกาศระหว่างการหาเสียงว่า จะขจัดบรรดาอาชญากรและคนติดยาเสพติดให้หมดไป ด้วยการสังหารหมู่บรรดาแก๊งสัก 100,000 คนในอ่าวมะนิลา หากรัฐสภาไม่เห็นด้วยกับเขาในเรื่องใดก็ตามรวมทั้งจะลงโทษเขา ( Impeachment) เขาก็จะสั่งยุบสภาทันที

นายดูเตอร์เต้เคยตอบโต้การจับกุมและปล่อยนักค้ายาเสพติดที่กรุงมะนิลาว่า ที่นี่ เมืองดาเวา  คุณไม่อาจหลุดออกไปได้อย่างมีลมหายใจ  คุณอาจจะหลุดออกไปได้ แต่ต้องอยู่ในโลงศพ  นี่คือสิ่งที่คุณบอกว่าเป็นวิสามัญฆาตกรรมหรือ? ยังงั้นผมก็จะนำพวกค้ายาเสพติดมาอยู่ต่อหน้าผู้พิพากษาและสังหารพวกเขาตรงนั้น จะได้ไม่ต้องมีคำว่าวิสามัญฆาตกรรม 

แม้ว่ากลุ่มฮิวแมนไรท์ วอทช์จะออกมาวิจารณ์เขาอย่างหนัก  แต่ประชาชนก็ยังเลือกเขาตลอดมา จะเห็นได้ว่านับตั้งแต่ปี 1988 เลือกตั้งคราวใดและตำแหน่งอะไร เขาก็ได้รับเลือกตั้ง แม้กระทั่งตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์

ดังนั้นคำว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่อาจใช้กับเขาได้  ตราบใดที่เขาเคยกล่าวคำอมตะว่า ผมไม่สนหรอกว่าผมจะไปลงนรก ตราบใดประชาชนที่ผมรับใช้อยู่อาศัยอยู่บนสวรรค์

พ่อของโรดี้เคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด

นายโรดี้เกิดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 1945  ด้วยการไม่ประนีประนอมกับอาชญากรรม โรดี้จึงได้รับการตั้งฉายาจากนิตยสาร Time ว่าจอมลงทัณฑ์ (The Punisher) ทั้งนี้ในช่วงปี 1970-1980 เมืองดาเวาถือเป็นเมืองหลวงแห่งการฆาตกรรมในฟิลิปปินส์ ( the murder capital of the Philippines ) และยังเป็นเมืองอันดับ 2 ของฟิลิปปินส์ที่มีคดีข่มขืนมาก หลังจากเขาเข้ามาอยู่ในตำแหน่งอาชญากรรมเมืองนี้ก็ลดลงแทบจะไม่เหลือ

นายริโด้เกิดที่เมืองมาอาซิน( Maasin) ปัจจุบันเมืองนี้เป็นเมืองหลวงของจังหวัดเลย์เต้อยู่ทางภาคใต้ของฟิลิปปินส์ บิดาชื่อ วินเซนเต้ จี.ดูเตอร์เต้ นักกฎหมายชาวเซบูต่อมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดดาเวา (สมัยที่ยังไม่ได้แยกเมือง)  ส่วนมารดาชื่อโซลีแดด โรอา (Soledad Roa) เป็นชาวเมืองคาแบดบาราม จังหวัดอากูซันและยังเป็นครูสอนโรงเรียนรัฐบาลอีกด้วย  เธอเลิกสอนเมื่อปี 1952 หลังจากสามีนักกฎหมายเข้าสู่การเมือง จากนั้นหันไปอุทิศตนให้กับงานด้านสังคมและเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับสตรี,เยาวชนและคนพิการ

นายโรดีมีญาตินักการเมืองท้องถิ่น อาทิเช่นนายรอนัลด์เคยเป็นนายกเทศมนตรีเมืองเซบู ระหว่างปี 1983-1986 พ่อของนายรอนัลด์ชื่อรามอน ดูเตอร์เต้  ก็เคยเป็นนายกเทศมนตรีเมืองนี้ระหว่างปี 1957-1959  โดยสรุปครอบครัวของเขาจึงมาจากนักการเมืองท้องถิ่น

ครอบครัวดูเตอร์เต้อพยพมาอยู่มินดาเนาเมื่อปี 1948 และในปี 1951 ก็ปักหลักที่เมืองดาเวา 

แผนที่เมืองดาเวา อยู่ตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ในเกาะมินดาเนา

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน-ใช้ปืนยิงเพื่อนนักศึกษา

นายโรดี้เข้าเรียนโรงเรียนประถม Laboon Elementary School เมืองมาอาซินได้ 1 ปี จากนั้นก็ย้ายไปเข้าเรียนที่  Santa Ana Elementary School เมืองดาเวา เรียนจบปี 1956 และไปเรียนจบโรงเรียนมัธยมศึกษาที่ Holy Cross Academy of Digos แต่ก่อนที่จะเรียนจบเขาก็เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียนถึง 2 ครั้งคือโรงเรียนมัธยมครั้งและอีกครั้งที่มหาวิทยาลัย    Ateneo de Davao University

จนกระทั่งปี 1968 เขาเรียนจากปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์จาก Lyceum of the Philippines University ในมะนิลาจากนั้นเข้าเรียนต่อโรงเรียนกฎหมายจนจบที่ San Beda College of Law ในมะนิลาเช่นกันเมื่อปี 1972 และสอบผ่านเนติบัณฑิตยสภา 

ต่อมาเขาไปทำหน้าที่ที่ปรึกษาสำนักงานอัยการของเมืองดาเวาระหว่างปี 1977-1979 , เป็นผู้ช่วยอัยการอันดับ 4 ของเมืองระหว่างปี 1979-1981, เป็นผู้ช่วยอัยการอันดับ 3 ของเมืองระหว่างปี 1981-1983 และเป็นผู้ช่วยอัยการของเมืองอันดับ 2 ระหว่างปี 1983-1986

ในระหว่างที่เรียนโรงเรียนกฎหมายเขายิงเพื่อนร่วมโรงเรียนเหตุเพราะไปล้อเลียนเขาที่เหมือนคนบ้านนอก เพราะเขามีพื้นเพมาจากกลุ่มวิสยัน (Visayan) คนถูกยิงไม่ตายแต่ตัวเขาห้ามเข้าร่วมในพิธีรับปริญญากฎหมาย ทว่าเขาก็เรียนจบ

กลุ่มวิสยันเป็นชนพื้นเมืองในหลายหมู่เกาะส่วนใหญ่จะอยู่ที่มินดาเนาและลูซอน

10 ประการที่เขาภาคภูมิใจในฐานะนักการเมือง

ในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี นายดูเตอร์เต้ระบุว่าเขามีเงินไม่มากที่จะไปซื้อแอร์ไทม์หรือหน้าหนังสือพิมพ์ จึงได้เสนอผลงาน 10 ประการที่เขาทำไว้ให้สังคมเมืองดาเวา ดังนี้

1.การออกเทศบัญญัติ 1998

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 1998 เทศบัญญัติการพัฒนาเมืองดาเวา (City Ordinance 5004) มีผลบังคับถือเป็นเทศบัญญัติแรกในประวัติศาสตร์ฟิลิปปินส์ที่ให้สิทธิสตรีมีความเสมอภาคเท่ากับบุรุษเพื่อว่าสตรีจะได้มีส่วนในการพัฒนาเมืองรวมทั้งลดอาชญากรรมที่กระทำต่อสตรี  

2.เทศบัญญัติต่อต้านการสูบบุหรี่

ความจริงแล้วนายโรดี้เป็นนักสูบตัวยงเหมือนกัน แต่เขาได้ออกเทศบัญญัติ ( Comprehensive Anti-Smoking Ordinance   2002) ต่อมาในปี 2012 ลูกสาวของเขา อินเดย์ ซารา ดูเตอร์เต้ ได้ลงนามเทศบัญญัติ (City Ordinance No. 0367-12)ห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ,ในที่ทำงานและสถานที่ของรัฐการรวมทั้งมีการเข้มงวดเรื่องบังคับใช้เทศบัญญัตินี้หรือมีการลงโทษด้วยหากใครฝ่าฝืน

3.การออกเทศบัญญัติห้ามเลือกปฏิบัติ

ในเดือนธันวาคม 2012 เขาเป็นรองนายกเทศมนตรีเมือดาเวา (เพราะกฎหมายจำกัดเทอม)ด้วยการออกเทศบัญญัติห้ามการเลือกปฏิบัติ (Anti-Discrimination Ordinance)กับคนพิการทุพลภาพ,ให้ความเสมอภาคด้านศาสนาแก่ผู้นับถือศาสนาคริสต์,อิสลามและลูมาดส์ตลอดจนเกย์และเลสเบียนสร้างความพอใจแก่กลุ่ม LGBT หากใครละเมิดจะถูกปรับและจำคุก

4.เทศบัญญัติดอกไม้ไฟ 

City Ordinance No. 060-02 of 2002  ห้ามบุคคลหรือกลุ่มบุคคลในเมืองดาเวาสร้างโรงงาน,จำหน่าย,จ่ายแจกและเล่นดอกไม้ไฟ (Fire Cracker)หรือสิ่งอื่นใดที่คล้ายกับดอกไม้ไฟและห้ามยิงปืนในที่สาธารณะที่มักจะมีการเฉลิมฉลองกันเมื่อถึงคริสต์มาสและปีใหม่ เทศบัญญัตินี้เพื่อให้ประชาชนทั่วไปรู้สึกมีความปลอดภัย  

5.ออกเทศบัญญัติโทร.ฟรี  911 

ภายหลังจัดตั้งคณะกรรมการกลางติดต่อสื่อสารเพื่อรับมือภาวะฉุกเฉิน (the Central Communications and Emergency Response Center) เมื่อปี 2000 แล้วต่อมาในปี 2003 โรดี้ได้เสนอเทศบัญญัติโทร.ฟรี 911 (Davao Central 911)หรือเบอร์โทร.ฉุกเฉินเพื่อให้ตำรวจ,เจ้าหน้าที่ดับเพลิง,รถพยาบาลและหน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลือประชาชนทันท่วงที นับเป็นการลอกเลียนแบบมาจากเมือง Kidapawan ที่ทำมาก่อนนี้แล้ว

6.ห้ามสุรา-เมรัย (City Ordinance 1627)

แม้ว่าเมืองดาเวาจะเข้มงวดเรื่องแอลกอฮ์มาตั้งแต่ปี 1994 แต่ในปี 2013 เทศบัญญัติข้อห้ามก็ออกมามีผลบังคับใช้ ด้วยการห้ามประชาชนจำหน่ายและดื่มเหล้าระหว่าง 13.00-20.00 น. แทนที่จะห้ามเฉพาะเวลา 14.00-18.00 เหมือนเดิมก็ขยายเวลาออกไป และยังมีผลเพิ่มเติมห้ามบริษัทธุรกิจ,โรงแรม,สวนอาหารแม้กระทั่งเขตท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวก็ไม่มียกเว้น

7.จำกัดความเร็วของยานพาหนะ (Strict speed limit)

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2013 ในฐานะนายกเทศมนตรีนายโรดี้ออกคำสั่งของฝ่ายบริหาร (Executive Order No. 39)อยุญาตให้ยานพาหนะมีความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเขตตัวเมืองทั่วไป และในเขตเมืองดาเวาห้ามขับเกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพื่อลดอุบัติเหตุ ก่อนหน้านี้ลูกสาวของเขา  Inday Sara Duterte ก็ถูกจับได้ว่าขับด้วยความเร็วเกินกฎหมายกำหนด ทำให้เธอจะต้องออกทีวีมากล่าวขออภัยประชาชนทั่วไป

8.โรดี้เป็นคนขับแท็กซี่ตอนกลางคืน

โรดี้ปลอมตัวเป็นคนขับแท็กซี่ในตอนกลางคืนเพื่อที่จะหาข้อหละหลวมต่างๆของคนขับแท็กซี่และปัญหาของเมืองดาเวา  ต่อมาเมื่อเดือนสิงหาคม 2013 สตรีผู้หนึ่งชื่อ มาเรีย แอนนา ลูน่า ซากุอิลโย่( Maria Anna Luna Saguilo) เขียนลงในเฟซบุ๊กของเธอว่านับเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตว่าคืนหนึ่งที่เธอนั่งแท็กซี่นั้นคนขับคือนายกเทศมนตรีโรดี้ ดูเตอร์เต้ ทำให้หัวใจของเธอพองโตมากเพราะนายกเทศมนตรีเองก็มีคำสนทนากับเธอมากมาย 

9.ปฎิเสธตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทย

นายโรดี้ภาคภูมิใจที่สุดที่เขาปฏิเสธตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทย (Department of the Interior and Local Government หรือ DILG secretary ที่เสนอให้โดยอดีตประธานาธิบดีฟิเดล รามอส,โจเซฟ เอสตราด้า,กลอเรีย อาร์โรโย แม้กระทั่งประธานาธิบดีนอยนอย อากีโน่ ก็เสนอให้เขาเข้ารับตำแหน่งนี้เมื่อ เจสซี โรบริโด้ ถึงก่กรรมลง เขาเองปฏิเสธด้วยเหตุผลว่ามีคุณสมบัติไม่พอเพียง

10.ช่วยเงินให้เปล่าลูกผู้ติดยาเสพติด

แม้จะต่อต้านยาเสพติดอย่างหนักแต่ก็ให้เงินแก่เด็กที่พึ่งพิงผู้ถูกจับ  ในความเป็นจริงแล้วนายโรดี้เข้มข้นอย่างยิ่งกับการปราบปรามยาเสพติดและผู้ใช้ยาเสพติด แต่กระนั้นก็ตามในด้านอ่อนของเขาก็มีด้วยการอนุญาตให้เปล่าเงินแก่เยาวชนลูกของผู้ต้องหายาเสพติดเดือนละ 2,000 เปโซ ( 1,569 บาท) ทั้งนี้ผู้ต้องคดีจะต้องรับปากสัญญาว่าจะเข้ารับการบำบัดยาเสพติด (Rehabilitation Center for Drug Dependents =RCDD) ที่ตำบล BagoTugbok เมืองดาเวา

 

ร้อดริโก้ ดูเตอร์เต้ นายกเทศมนตรีดาเวาจ้องไปยังเจอร์รี่ ซิงห์ ผู้ต้องหาที่สารภาพว่าเป็นผู้บงการให้จับตัว มาลิห์ แจสเปอร์ ซิงห์ เมื่อผู้ต้องหาทั้งหมดถูกนำมาปรากฎตัวที่โรงแรม Grand Men Seng เมืองดาเวาเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2015  ( Photo/King Rodriguez)

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

First posted: 15 พฤษภาคม 2559 | 16:57